ความตายคืออะไร?
ชีวิตคืออะไร?
ตอบไม่ยากเลยหากเข้าใจในความหมายของคำ
แต่กลับไม่ใช่สำหรับผม
ในตอนนี้...
..................
เร็วๆนี้ ทางแพทยสภาได้กำหนดเกณฑ์การตายออกมาใหม่
ซี่งไม่เหมือนกับความตายที่คนทั่วไปเข้าใจ
เกณฑ์นี้เรียกว่า ‘สมองตาย’
แปลง่ายๆ ว่า ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยคนใดสมองตาย
ย่อมเท่ากับผู้ป่วยคนนั้น
"ตายจากไปแล้ว"
.......................
สำหรับเรื่องการถกเถียงในการออกเกณฑ์การตายใหม่นี้
มีมากมายและยาวนานมา
ซึ่งเหตุผลของสองฝ่ายก็ประกอบด้วยหลากหลายประการ
......................................
ทางฝั่งหมอก็เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะซึ่งในปัจจุบัน
มีคนรอรับบริจาคอวัยวะ อยู่มากมาย ประมาน2500คนในประเทศไทย
และมองไปยังร่างกายที่นิ่งสงบราวกับไม่มีชีวิตไม่มีการเคลื่อนไหว
หากมีเพียงแต่ ลมหายใจ และ หัวใจที่ยังคงเต้นอยู่
'คนไข้สมองตาย' ....
คือ หนทางที่จะช่วยคนที่ยังมีชีวิตอยู่
...............................
ใครคือดูหนังเรื่อง 7pounds บ้าง
ใครไม่เคยดูขอให้แนะนำให้ดูอย่างยิ่ง
7pounds คือ หนังดราม่าที่วิลล์สมิธแสดงนำ
เนื้อเรื่องพูดถึงชายคนนึงที่ทำการไถ่บาปของตนเอง
โดยการเลือกคนเจ็ดคน และ แจกจ่ายอวัยวะของตัวเอง7ที่ให้กับคนเหล่านั้น
ถึงแม้ว่าจะต้องแลกกับชีวิตของตนเองก็ตาม
ภายใต้เงื่อนไขว่า ขอให้เป็นคนพิการที่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตของตนเอง
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า เมตตาค้ำจุนโลกจริงๆ...
เช่นกัน
คนไข้ที่พร้อมจะแสดงบทวิลล์ สมิธ นั้น ก็คงจะรู้สึกดีใจไม่ใช่น้อย
หากอวัยวะของตนยังคงมีชีวิตอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย....
...........................
อีกด้านหนึ่ง เรื่องการถกเถียงกันในเชิงปรัชญา
ว่า
ความตายและชีวิต คืออะไร
หากตัดสินให้โทษแก่ผู้ป่วยที่ยังหายใจอยู่ว่าตาย
คนที่พรากลมหายใจของผู้ป่วยไป
ไม่ใช่ฆาตกรหรืออย่างไร
โดยเฉพาะในมุมของ ครอบครัว
การที่เขายังทานอาหารผ่านเส้นเลือดได้
เขายังมีผมงอกอยู่เรื่อยๆ
เขายังปัสสาวะ อุจจาระ กรน มีปฏิกริยาเล็กน้อยๆ
ที่สำคัญคือ ลมหายใจที่ยังหายใจอยู่
คงไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะตัดใจ ที่เตียงผู้ป่วยขณะกำลังมองนัยย์ตาของเขา
ทั้งความดีและความทรงจำที่ผู้ป่วยเคยทำ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของครอบครัว...
........................................................
ผู้ที่กำหนดความตายตามกฏหมายแล้ว คือ แพทย์
หากกฏหมายใหม่ออกมา
ถึงมีผู้ไม่ยอมรับมากมายขณะนี้ แต่ด้วยกฏหมายแล้ว
แพทย์จึงสามารถกระทำการพรากลมหายใจของผู้ป่วยได้
และ นำอวัยวะต่างๆของผู้ตายไปบริจาคให้ผู้ป่วยอื่นได้
ขณะที่ผู้ตายยังมีลมหายใจ....
................................................................................
อีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่า การกำหนดเกณฑ์การตายใหม่
ก็จะเป็นช่องทางให้กับ
การค้าขายอวัยวะมนุษย์....
.....................................................
หัวใจ และ สมอง
การมีชีวิต และ ความตาย
มันสัมพันธ์กันอย่างไรนะ
ผมขอยก บทความนึงมาให้อ่านกัน
เป็นบทความของ http://www.fringer.org/?p=260
บทความต่อไปนี้ ไม่ใช่บทความของผมใดๆทั้งสิ้น
........................................................................
หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับสมองสองซีกทั้งหมด อ้างอิงจากหนังสือเรื่อง A Whole New Mind – เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสมองมนุษย์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
หัวใจสี่ห้อง กับสมองสองซีก
1. สมองซีกซ้ายควบคุมซีกขวาของร่างกาย
สมองซีกขวาควบคุมซีกซ้าย
สมองซีกขวาสั่งให้เราหันหน้าจากขวาไปซ้าย
สมองซีกซ้ายสั่งให้เราหันหน้าจากซ้ายไปขวา
เพราะสมองซีกขวาเป็น ‘ศิลปิน’ มากกว่าสมองซีกซ้าย
ผู้เป็น ‘นักคิดเลข’ ของเรา
ภาษาที่อ่านจากขวาไปซ้ายจึงดูเหมือนภาพเขียน
ภาษาที่อ่านจากซ้ายไปขวาจึงดูเหมือนสัญลักษณ์
แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราอ่านออกไปก็เท่านั้น
เพราะเราจะไม่อาจได้ยินเสียงร่ำร้อง
ของผู้เพรียกหาความเป็นธรรมผ่านตัวหนังสือ
……
2. สมองซีกซ้ายเข้าใจลำดับเหตุการณ์
สมองซีกขวาเข้าใจปรากฎการณ์ที่มีหลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน
สมองซีกซ้ายจึงเข้าใจภาษาพูด อ่าน เขียน
และสมองซีกขวาก็เข้าใจภาษาของแววตา สีหน้า และท่าทาง
แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราเข้าใจไปก็เท่านั้น
เพราะเราจะเมินเฉยและชาชิน
กับความทุกข์ยากของคนที่เพียรสื่อสารให้เราเข้าใจ
……
3. สมองซีกซ้ายเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา
สมองซีกขวาเชี่ยวชาญด้านบริบท
เวลาได้ยินใครพูดเสียงห้วนว่า “คนบ้านนอกไร้การศึกษา”
สมองซีกซ้ายจึงทำให้เรารับรู้ว่า ประโยคนี้หมายความว่าอะไร
และสมองซีกขวาก็ทำให้เรารับรู้ว่า คนพูดตั้งใจถากถางอย่างไร
แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เรารับรู้ไปก็เท่านั้น
เพราะเราจะไม่สนใจคิดหาวิธี
ที่จะทำให้คำแบบ ‘บ้านนอก’ หลุดพ้นจากอคติทั้งมวล
……
4. สมองซีกซ้ายวิเคราะห์รายละเอียด
สมองซีกขวาสังเคราะห์ภาพรวม
สมองซีกซ้ายจึงช่วยให้เราบันทึกจำนวนผู้ยากไร้
และสมองซีกขวาก็ช่วยให้เรามองเห็นความเกี่ยวโยง
ระหว่างความยากจนกับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราบันทึกได้และมองเห็นไปก็เท่านั้น
เพราะเราจะไม่อาจบันทึกความหิวโหยของผู้ยากไร้
หรือมองเห็นความอยุติธรรมใดๆ ในสังคม
……
ในขณะที่สมองมนุษย์กำลังขยายใหญ่ขึ้นตามพรมแดนความรู้ยุคโลกาภิวัตน์
หัวใจมนุษย์กลับหดลีบเล็กลงทุกวัน
พักการบำรุงสมองไว้ชั่วคราว หันมาบำบัดหัวใจแทนบ้างจะดีไหม?
เพราะถึงแม้สมองของเราจะมีสองซีก
หัวใจของเราก็มีตั้งสี่ห้อง.
.......................................
นั่นคือ บทสรุปเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องระหว่าง หัวใจและสมอง
ที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่าน
ผมยอมรับนะ ว่าผมน่ะโง่ วิทยาศาสตร์
ถึงอย่างนั้น
ผมก็ยังเข้าใจว่า สมองกับหัวใจน่ะสัมพันธ์กัน
.............
โดยเฉพาะ หัวใจของผู้ป่วย กับ สมองของแพทย์....
edit @ 2 Dec 2009 16:40:34 by |ndevida|
edit @ 2 Dec 2009 19:23:07 by |ndevida|