การเดินทาง9วัน8คืน
ผ่านพ้นไปแล้วกับประเทศ
"เกาหลี"
...............................
ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้น
เมื่อตกลงปลงใจที่จะไปเกาหลีในเดือน4
เหตุผลเนื่องจากคิดถึงคนที่รัก
แต่การไปก็คงไม่ง่ายเหมือนเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยว
และที่ผ่านมาก็เคยขึ้นเครื่องบิน
แต่ไม่ใช่แค่คนเดียวแน่นนอน
..................................
เมื่อหาเงินตามจำนวนที่ต้องการได้
จึงซื้อตั๋วทางเวป ซึ่งรู้จักจากการseach
คำว่า
"ตั๋วเครื่องบินราคาถูก"
ซึ่งแน่นอนมันไม่น่าไว้ใจ
แต่เราเชื่อใจเขา
จึงโอนเงินผ่านทางธนาคารไป
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ
กระดาษA4 2 แผ่น ที่เรียกว่า E-ticket
ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่แน่ใจ
ว่า จะโดนหลอกหรือเปล่า
แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ
.........................
หาที่แลกเงินเกาหลี
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ลืมไปว่าธนาคารปิด
ไม่มีที่แลกเงินทั้งๆที่อีก4วันจะออกเดินทาง
และ4วันที่เหลือต้องเรียนและทำงานอย่างหนัก
โทรไปถามเพื่อน เพื่อนบอกทันที
ว่า พ่อมันรู้จักร้านแลกเงินที่สะพานควาย
และในวันนั้นจึงได้รู้ว่า
ตู้ATMกดตังได้เพียง2หมื่นต่อวันเท่านั้น
จึงกดได้แค่19000เพราะกดออกไปแล้ว1พัน
ไปถึงที่แลกเงิน ดูrateได้ราคา31บาท
ซึ่งตอนนั้นไม่รู้เรื่องrateเกาหลีเลย
ก็ตกลงแลกๆไป
เงินหมื่น9ที่เคยถืออย่างระมัดระวัง
ถูกร้านแลกเงินโยนอย่างไม่ใยดี
ราวกับเงินแค่นี้เป็นแค่เศษเงิน
แลกเสร็จสรรพ จึงได้รู้ว่า
rate31บาท ถูกมาก
จากที่ได้เงิน475000วอน
กลับได้590000วอน
.............................
ของมากมายที่ฝากซื้อจาก
คนที่เฝ้ารอคอยที่เกาหลี
เสื้อผ้า กระเป๋าสะพาย
เงินวอน
passport ตั๋วเครื่องบินที่ไม่มั่นใจ
ทุกอย่างพร้อม
ตามกำหนดเครื่องออกตอนตี1.45
แต่พ่อแม่ไปส่งออกไปตั้งแต่4ทุ่ม
เพื่อไปกินข้าวต้มกันก่อน
กินเสร็จตอน5ทุ่ม
และนั่นเป็นข้าวต้มที่ผมคิดถึงตอนอยู่เกาหลี
.......................
ณ.สนามบิน ตอน5ทุ่ม45
แบกรับความไม่เชื่อมั่นในจิตใจ
ความกระวนกระวาย
ต้องการเคลียร์ทุกอย่างออกจากตัวเอง
ตรงไปยังcounter I สายการบินkorean air
ยื่นกระดาษไปหวังว่าจะมีเสียงตอบรับที่คาดหวัง
ผมไม่กล้ามอง
ไม่กล้าคาดหวัง
ไม่อยากรับรู้
แต่
ผมลืมตาขึ้นมาอีกที ตั๋วเครื่องบินก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว
ทุกอย่างเหมือนหายไป
ผมรู้สึกจริงๆแล้วว่าจะได้ไปเกาหลีจริงๆ
แลกเงินเป็นUS dollar เพื่อ อัตราrateที่แข็ง
โดยความคิดจากพ่อผม
เวลาผ่านมาถึงเที่ยงคืน25
ผมคิดว่าคงรบกวนพ่อแม่มากไปแล้ว
จึงขอเข้าgateเลย
เข้าpassenger check ยังมีคำพูดที่
ไม่คิดว่าจะพูดออกมาจากผู้ชายวัย20
ว่า "เข้าไปแล้วทำไงต่ออะ..."
จากที่เคยมั่นใจ ทำงาน ซื้อตั๋ว แลกเงิน
เวลานี้ไม่อยากจากพ่อแม่ไปจริงๆ
...........................
ประตูทางเข้าปิด ผมไม่เห็นหน้าพ่อแม่แล้ว
ตอนนั้นคิดว่าหลังจากนี้
คงคือการพจญภัยของผมอีกครั้งหนึ่ง
แบกกระเป๋าหนักอึ้ง เดินหลงไปหลงมา
หาทางเข้าgate 7 ไม่เจอ
แต่ทางสุดท้ายที่คิดว่าไม่ใช่กลับใช่
เวลานั้นผมมือเย็น ตื่นเต้น กระวนกระวาย
ผมเจอร้านที่คุ้นเคย ร้านburger king
ถึงผมจะกินแมคประจำ แต่ burger king คง คือๆ กัน
เดินเข้าไปในร้าน สีส้ม แต่งสีสันสวยงาม มีคนมากมายหลายภาษา
ผมเดินเข้าไปสั่งอาหารเป็นภาษาไทยกับพนักงาน
โดยลืมท้องที่อิ่มจากข้าวต้มไป
อาหารมาเสริฟอย่างรวดเร็ว ผมหยิบออกไป
แต่มีเสียงไล่หลังตามมา sumimasen anata anata !!
เป็นภาษาญี่ปุ่นที่คุ้นหูเรียกเราตามหลังมา
และเผลอตอบกลับไปว่า hai?
เขาก็ยื่มเฟร้นฟรายที่ยังไม่ได้ใส่ในถาด
ผมเดินออกไปพร้อมกับอมยิ้ม
.................................................
อีก15นาทีเครื่องขึ้น
ท้องที่อิ่มจากการยัดburger kingเข้าไป
ทำให้ง่วงขึ้นทุกขณะเวลา
มีคนเกาหลีมากมายอยู่รอบตัว
ข่าวBBCภาษาอังกฤษ พูดบ่นอยู่ข้างๆ
ความรู้สึกกระวนกระวายหายไปแล้ว
เหลือเพียงแต่ความง่วง
gateเปิด ผมเชคอินขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะขึ้นไปนอน
หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาหนึ่งฉบับโดยไม่รู้สาเหตุ
ไปถึงที่นั่งเอาของวาง
และเอนตัวลง นอน...
ขณะกำลังเคลิ้มๆ สาวสวยในชุดสีน้ำเงินมาปลุกให้ปรับเบาะขึ้นก่อน
ผมตื่นขึ้น
ผมเฝ้าดูเครื่องบินจากประเทศไทยที่ผมอยู่ ไป
และเอนตัวลงอีกรอบ
มีคนมาปลุกอีกรอบถามว่า
"เอาไทยรัฐไหมคะ?"
ผมตกใจกับภาษาไทยเพราะไม่คิดว่ามีแอร์คนไทยอยู่ด้วย
ผมก็ตอบรับผ่านไป
ผมนอนลงและมีเสียงปลุกขึ้นอีก
คราวนี้เป็นเวลากินอาหาร
ซึ่งหลังจากเครื่องบินไปแล้ว1ชั่วโมงครึ่ง
ผมกินให้จบๆและนอนลง
คราวนี้ผมคงได้นอนจริงๆแล้วสินะ
.....................................................................
ผมตื่นขึ้นมาพร้อมแสงอาทิตย์ของประเทศเกาหลี
ผ่านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีเพราะมีคนรู้จักของแฟน
ทำงานที่ด่านตรวจ
แต่ติดตรงศุลกากรเพราะดันไปกาช่องที่มีของผิดกฏหมาย
เขาจึงขอเชคของในกระเป๋า
แต่ผมรีบแก้ตัวตามสไตล์คนไทยทันที
ว่ากาผิดช่อง เข้าใจผิด
ที่นี่สนามบิน kimhae จังหวัด pusan โชคดี
ที่ไม่เข้มงวด
ประตูบานขุ่นเปิดออก
ผมลากกระเป๋าออกมา
พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย
น่ารักเหมือนเดิมเลยนะ
"ผมก้มหน้าและเขินราวกับพบรักครั้งแรก"
...............................................................
อาหารเกาหลี
มื้อแรกก็ทำอึ้งแล้ว
กับปริมาณที่มากเกินกว่า2คนในประเทศไทย
ราวกับให้4คนกิน
แต่เธอสั่งมากิน
รสชาติเผ็ด มากเกินกว่าที่จะกินได้เต็มที่
แต่ก็กินจนหมด
ที่นี่ตะเกียบเป็นตะเกียบเหล็ก และ ช้อนตักซุปเป็นเหล็กเช่นกัน
อาหารเกาหลีสั่งอาหารหนึ่งอย่างจะได้
เครื่องเคียงตามมาอีก3-5อย่างแล้วแค่ร้าน
แน่นอนต้องมี
"กิมจิ"
และทุกๆมื้อที่ผ่านไป
ผมกินเท่าปริมาณอาหาร3คน และกินหมดทุกมื้อ
แน่นอนอาหารที่กินลงไปก็ต้องถ่าย
ดังนั้นเข้าใจเลยว่าคนเกาหลีจึงมีความสุข
ทั้งตอนอาหารเข้าร่างกาย และ ออกจากร่างกาย
....................................................................
คนเกาหลี
จากที่เคยรู้มาว่าคนเกาหลีเป็นคนไม่เกรงใจใคร
เป็นคนกระโชกโฮกฮาก ทำอะไรรุนแรง
แต่สิ่งที่เห็นในการเดินครั้งนี้คือ
คนเกาหลี ใจดีและเป็นมิตรต่อผู้ที่มาถามทางมาก
คนเกาหลีชอบนักท่องเที่ยว ยิ้มแย้ม
มีสิทธิและคุณค่าเป็นของตัวเอง
ที่เห็นว่ารุนแรงคงเป็นมุมมองในแง่คนไทย มองคนเกาหลี
เท่านั้นเอง
........................................................................
เครื่องสำอาง
คนเกาหลีไม่สวย-ไม่หล่ออย่างที่ใครคิดไว้เลย
ภาพที่คนไทยมองคงมองธงชาติเกาหลี
ทะลุแสงจากทีวีหรือจอคอมเท่านั้นเอง
เครื่องสำอางจึงเป็นปัจจัยที่ธรรมดามากๆสำหรับคนเกาหลี
เรื่องความงาม คงเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความมีค่าในตัวตนจริงๆ
สำหรับผม เครื่องสำอางคงเป็นสิ่งที่ทำให้หนักขึ้นตอนโหลดของกลับไทย
เนื่องจากเพื่อนๆพี่ๆทั้งหลายแหล่ฝากซื้อกันเป็นหมื่นบาทเลยทีเดียว
................................................................................................
โซล-ปูซาน
กรุงโซลมหานครแห่งประเทศเกาหลีใต้
ปูซาน นครแห่งการค้าชายฝั่งทะเล
คำกล่าวนิยามนี้ผมคิดขึ้นเองใครจะเถียงก็คงไม่ได้
ปูซานที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย โหวกเหวกโวยวายยามค่ำคืน
ย่านการค้า สีสันที่ละลานตา
โซล เมืองหลวงแห่งเศรษฐกิจ ศูนย์รวมวัฒนธรรมใหม่ และ เก่า
ความหวังของประเทศและสถานที่ท่องเที่ยว
ถ้าให้เทียบคงเหมือน โอซาก้า กับ โตเกียว
ถ้าใครรู้จักญี่ปุ่นคงนึกออก
เพราะปูซานกับโซลนั้นอยู่กันคนละทิศเลยหากเปรียบ
คงไกลและเหมือนกับ กรุงเทพ-เชียงใหม่
ถ้าคุณจะชอบแบบไหน?
แต่ผมเลือก ปูซานแหละครับ
..........................................................................
รถไฟ
ใกล้สุด30บาทไกลสุด50บาทแต่ผมไม่เคยขึ้นเกิน35บาทเลย
รถไฟที่เกาหลีถูกมาก และ มีโปรโมชั่นหากลงจากรถเมล์
ภายใน30นาทีมาต่อรถไฟ ขึ้นรถไฟฟรี
หันกลับมามองประเทศไทยที่จะให้ขึ้นรถเมล์ฟรีเว้นคัน
อะไรดูสมเหตุสมผลกว่า?
...................................................................
ตึกสูงเสียดฟ้า
การออกแบบที่ผิดหลัก วิทยาศาสตร์ สถาปนิก วิศวกรรมศาสตร์
อะไรทั้งหลายแหล่
อยู่ที่เกาหลี
ภูเขาสีเขียวขจีมีดอกเห็ดสีขาวมากมาย
ที่เรียกว่า
"ตึก"
สร้างบ้านบนภูเขาที่ลาดชัน35องศา
สร้างตึกสูง20ชั้นบนทางขึ้นภูเขา
เพราะประเทศเค้าไม่มีแผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง
จึงกล้าที่จะสร้างเช่นนั้น
แต่ก็นะ
เห็นแล้วคิดว่าถ้ามีแผ่นดินไหวตึกในเกาหลีคงหายไปครึ่งนึงแน่ๆ
ผมเชื่ออย่างนั้น
.................................................................
เวลาในเกาหลี
เร็วกว่าไทย2ชั่วโมง
ผมปรับนาฬิกาในมือถือ
9วันที่ผ่านมาก็ไวพอกัน ณ ตรงนี้เวลา19.49วันที่23/7/08
ผ่านมาแล้ว 4 วัน
ผมกลับมานอนพักที่ไทย
รับรู้ว่าไทยนี่แหละดีที่สุด
รับรู้ว่าคนที่ผมไปหาคือคนที่อยากจะแต่งงานด้วยจริงๆ
ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะไปเกาหลีอีกหรือไม่
แต่ตอนนี้ผมคิดถึงเจ้าตะเกียบเหล็กที่ซื้อมาแล้วหล่ะ
edit @ 23 Jul 2008 20:16:02 by |ndevida|
edit @ 23 Jul 2008 20:17:36 by |ndevida|



